"ผู้ชายไม่ยอมทำงาน" มันเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงบอกเลิกมั้ยครับ

ผมเขียนเรื่องน่ะครับ เกี่ยวกับประเด็นนั้น เลยอยากรู้ว่าชีวิตจริงมันมีแบบนั้นรีเปล่า เรื่องที่ผมแต่งมันสมเหตุสมผลรึเปล่า

คือเรื่องที่ผมแต่ง มันเป็นเรื่องยาวแหละครับ เขียนมาหลายปีแล้ว คือตัวละครที่เป็นนางเอกของเรื่องจะโตไปพร้อม ๆ กับผม ตอนผมอยู่มัธยม ตัวเอกของเรื่องก็อยู่มัธยม ขึ้นมหา'ลัย ทำงานพร้อมกันตลอด เพียงแต่ตัวผมยังไม่มีแฟน แต่ตัวเอกนี่มีแฟนแล้ว

ก็คือนางเอกนี่มีแฟนที่คบกันมาตั้งแต่ ม.6 ขึ้นมหา'ลัยก็ได้เรียนที่เดียวกัน เอกเดียวกัน ทีนี้พอเรียนจบ ฝ่ายหญิงก็ได้งานทำไปเรียบร้อย ส่วนฝ่ายชายยังไม่มี เพราะฝ่ายชายเองก็ไม่ใช่คนที่ขยันอะไรนัก ไม่ได้กระตือรือร้นในการที่จะหางาน ในขณะที่ฝ่ายหญิงก็พยายามเคี่ยวเข็ญเพื่อให้ฝ่ายชายยอมหางานทำ หานิตยสารที่มีลงประกาศรับสมัครงานมาให้ แต่ฝ่ายชายก็ไม่ยอมอ่าน จนวันหนึ่ง ขณะที่นั่งรถไปดูหนังกัน ฝ่ายหญิงก็พูดเรื่องงานขึ้นมาอีก (คือฝ่ายหญิงหันไปเห็นนิตยสารที่ว่าฝ่ายชายไม่ยอมอ่านยังกองอยู่ในเบาะหลังรถ เลยคิดถึงเรื่องงานขึ้นมา) ทำให้ฝ่ายชายเริ่มรำคาญถึงกับว่าฝ่ายหญิงว่าขี้บ่น จนฝ่ายหญิงงอนไม่คุยกันเลยจนดูหนังจบ ฝ่ายหญิงก็ยังไม่ยอมคุยอีกจนคราวนี้ฝ่ายชายถึงกับว่าว่างี่เง่า ฝ่ายหญิงด้วยอารมณ์โมโหก็ท้าว่าถ้างี่เง่าก็เลิกไปเลย แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

ฝ่ายหญิงโกรธมากที่ฝ่ายชายไม่ยอมทำงาน แถมพอเคี่ยวเข็ญแล้วยังมาว่าแบบนี้อีก ทำให้ฝ่ายหญิงตัดสินใจเลิกกับฝ่ายชายอย่างเด็ดขาด แม้ฝ่ายชายจะง้ออะไรยังไงก็ไม่ยอมคืนดี

แล้วต่อมาฝ่ายชายก็ไปสัมภาษณ์งานในบริษัทที่พ่อของฝ่ายหญิงทำงานอยู่ ที่ไปสมัครก็เพราะฝ่ายชายโดนพ่อแม่ตัวเองว่ามา พ่อของฝ่ายหญิงเองก็เตือนสติฝ่ายชายให้รู้หน้าที่ แต่ถึงแม้ว่าพ่อของฝ่ายหญิงจะไปเล่าให้ฟังว่าตอนนี้ฝ่ายชายมาสมัครงานแล้ว ยอมสำนึกแล้ว แต่ฝ่ายหญิงก็ยังไม่ยอมคืนดีอยู่ดี โดยให้เหตุผลว่าปกติฝ่ายชายเป็นคนที่พอมีคนติ หรือต่อว่าอะไรหน่อยก็จะทำเหมือนกระตือรือร้น เหมือนคิดได้ แต่พอเวลาผ่านไปก็เหมือนเดิม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่